“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล
ประกาศศักดาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษสมัยแรกได้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทำให้ ทาคุมิ มินามิโนะ ตัวรุกเลือดซามูไรสถาปนาตนขึ้นเป็นนักเตะเอเชียอีกคนที่คว้าแชมป์ลีกแดนผู้ดีได้สำเร็จ
แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
สำหรับลีกที่ขึ้นชื่อว่าเคี่ยวที่สุดแบบนี้ กับการที่จะได้เห็นนักเตะเอเชียไปโลดแล่นในสนามของพรีเมียร์ลีกก็นับว่ายากแล้ว
นับประสาอะไรกับการคว้าแชมป์ ที่จะต้องอาศัยทั้ง ฝีเท้า จังหวะเวลา และโชคชะตา
อีกด้วย
ส่วนก่อนหน้านี้หละ มีนักเตะเอชียคนไหนที่เคยได้รับเหรียญรางวัลไปแล้วบ้าง
พาร์ค จี ซอง (เกาหลีใต้)
คว้าแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 สมัย (2006-07,2007-08,2008-09,2010-11)
มิดฟิลด์สารพัดประโยชน์ ดีกรีกัปตันทัพโสมขาว ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกนานกว่า
7 ฤดูกาล ในช่วงปี 2005 – 2012 โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าตัวลงสนามไปกว่า 153
นัด ทำไปได้ 20 ประตู กับ 25 แอสซิสต์ และคว้าแชมป์ไปได้ถึง 4 สมัยด้วยกัน
และปัจจุบันเจ้าตัวก็ยังครองสถิติเป็นผู้เล่นเอเชียคนแรกที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
, ผู้เล่นเอเชียที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุด และ เล่นเอเชียคนแรกที่คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก
รวมถึง แชมป์สโมสรโลก
และแน่นอนเขาคือ “ผู้เล่นเอเชียที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก”
ที่มีการจัดโหวตไปเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ชินจิ คางาวะ (ญี่ปุ่น)
คว้าแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 สมัย (2012-13)
เพลเมกเกอร์ตดาวเด่นของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถูก “ปีศาจแดง” ซื้อตัวไปด้วยราคา
16 ล้านยูโร ในหน้าร้อนปี 2012 ก่อนจะมีส่วนร่วมกับทีมไป 20 นัด ทำไป 6 ประตู กับ
4 แอสซิสต์ และคว้าแชมป์ลีกได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกนั้นเลย
ก่อนที่ในฤดูกาลถัดมา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือจะวางมือลงไป
และทำให้ ชินจิ ได้รับโอกาสน้อยลงจนย้ายออกไปในที่สุด
ชินจิ โอกาซากิ (ญี่ปุ่น)
คว้าแชมป์กับ เลสเตอร์ ซิตี้ 1 สมัย
(2015-16)
ดาวยิงร่างเล็กที่ระเบิดฟอร์มในบุนเดสลีก้า เยอรมัน ทำให้ เลสเตอร์
ซิตี้ ทีมในพรีเมียร์ลีก ดึงตัวไปร่วมทีมโดยหวังเพียงว่าจะช่วยกันพาทีมอยู่รอดบนลีกสูงสุด
แต่ในฤดูกาลนั้นเองมันก็เกิดปรากฏการณ์ที่ชื่อว่า “เทพนิยายเลสเตอร์”
ซึ่งทัพจิ้งจอกสามารถคว้าแชมป์ลีกปีนั้นไปแบบชนิดที่สร้างความตะลึงไปทั่วโลก
โดยตัวของ โอกาซากิ ก็มีบทบาทเป็นถึงกองหน้าตัวจริงของทีม โดยมีหน้าที่คอยไล่เพรสคู่แข่ง
เชื่อมเกม และอำนวยความสะดวกในการจบสกอร์ของคู่หูอย่าง เจมี่ วาร์ดี้
แต่กระนั้นเอง เจ้าตัวก็ยังทำไปถึง 5 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จาก 2,069
นาทีในสนาม พร้อมแจ้งเกิดร่วมกับนักเตะเลสเตอร์คนอื่นๆ
ทาคุมิ มินามิโนะ
คว้าแชมป์กับ ลิเวอร์พูล 1 สมัย (2019-20)
ดาวเตะตัวสำคัญของ เรดบลู ซัลบวร์ก ชุดประวัติศาสตร์ ที่พาทีมมาลุยศึก
ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ถึงถิ่นแอนฟิลด์ ทำให้ฟอร์มอันจัดจ้านไปเข้าตา เจอร์เก้น
คล็อปป์ กุนซือหงส์แดงทีมเจ้าถิ่น ก่อนจะมีการติดต่อกันจริงจังจนทำพามาถึงการหอบเงิน
8.5 ล้านยูโรไปแลกตัวเจ้าหนุ่มจอมคาดผมคนนี้มา
ซึ่งการมาในช่วง “กลางคัน” แบบนี้ทำให้เจ้าตัวต้องปรับตัวยากขึ้น
ในเมื่อทีมเดิมเขาเล่นกันดีอยู่แล้ว เราก็ทำได้เพียงนั่งรอโอกาส แต่ คล็อปป์
ก็พยายามให้โอกาส มินามิโนะ ลงไปสัมผัสเกมอยู่เป็นพักๆ
ทว่าถึงจะไม่ได้มีส่วนร่วมสำคัญกับทีมมากมาย แต่การลงสนามของเขาในตอนนี้มันก็ครบ
5 นัดไปแล้ว ซึ่งจะทำให้เขาคว้าเหรียญแชมป์กับทีมแน่นอน และเชื่อว่าจากการดูแลของกุนซือจอมใส่หมวกนั้น
ปีหน้าจะเป็นปีที่ดีของเด็กหนุ่มจากเมืองโอซาก้าแน่นอน !!!






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น