วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ทำเนียบนักเตะเอเชียที่คว้าเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก


 

หงส์แดงลิเวอร์พูล ประกาศศักดาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษสมัยแรกได้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ ทาคุมิ มินามิโนะ ตัวรุกเลือดซามูไรสถาปนาตนขึ้นเป็นนักเตะเอเชียอีกคนที่คว้าแชมป์ลีกแดนผู้ดีได้สำเร็จ

 

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สำหรับลีกที่ขึ้นชื่อว่าเคี่ยวที่สุดแบบนี้ กับการที่จะได้เห็นนักเตะเอเชียไปโลดแล่นในสนามของพรีเมียร์ลีกก็นับว่ายากแล้ว นับประสาอะไรกับการคว้าแชมป์ ที่จะต้องอาศัยทั้ง ฝีเท้า จังหวะเวลา และโชคชะตา อีกด้วย

 

ส่วนก่อนหน้านี้หละ มีนักเตะเอชียคนไหนที่เคยได้รับเหรียญรางวัลไปแล้วบ้าง

 

พาร์ค จี ซอง (เกาหลีใต้)

 

คว้าแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 สมัย (2006-07,2007-08,2008-09,2010-11)

 

มิดฟิลด์สารพัดประโยชน์ ดีกรีกัปตันทัพโสมขาว ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกนานกว่า 7 ฤดูกาล ในช่วงปี 2005 – 2012 โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าตัวลงสนามไปกว่า 153 นัด ทำไปได้ 20 ประตู กับ 25 แอสซิสต์ และคว้าแชมป์ไปได้ถึง 4 สมัยด้วยกัน

 

และปัจจุบันเจ้าตัวก็ยังครองสถิติเป็นผู้เล่นเอเชียคนแรกที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก , ผู้เล่นเอเชียที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุด และ เล่นเอเชียคนแรกที่คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก รวมถึง แชมป์สโมสรโลก

 

และแน่นอนเขาคือ “ผู้เล่นเอเชียที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก” ที่มีการจัดโหวตไปเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ชินจิ คางาวะ (ญี่ปุ่น)

 

คว้าแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 สมัย (2012-13)

 

เพลเมกเกอร์ตดาวเด่นของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถูก “ปีศาจแดง” ซื้อตัวไปด้วยราคา 16 ล้านยูโร ในหน้าร้อนปี 2012 ก่อนจะมีส่วนร่วมกับทีมไป 20 นัด ทำไป 6 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ และคว้าแชมป์ลีกได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกนั้นเลย

 

ก่อนที่ในฤดูกาลถัดมา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือจะวางมือลงไป และทำให้ ชินจิ ได้รับโอกาสน้อยลงจนย้ายออกไปในที่สุด

 

ชินจิ โอกาซากิ (ญี่ปุ่น)

 

คว้าแชมป์กับ เลสเตอร์ ซิตี้ 1 สมัย (2015-16)

 

ดาวยิงร่างเล็กที่ระเบิดฟอร์มในบุนเดสลีก้า เยอรมัน ทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมในพรีเมียร์ลีก ดึงตัวไปร่วมทีมโดยหวังเพียงว่าจะช่วยกันพาทีมอยู่รอดบนลีกสูงสุด

 

แต่ในฤดูกาลนั้นเองมันก็เกิดปรากฏการณ์ที่ชื่อว่า “เทพนิยายเลสเตอร์” ซึ่งทัพจิ้งจอกสามารถคว้าแชมป์ลีกปีนั้นไปแบบชนิดที่สร้างความตะลึงไปทั่วโลก โดยตัวของ โอกาซากิ ก็มีบทบาทเป็นถึงกองหน้าตัวจริงของทีม โดยมีหน้าที่คอยไล่เพรสคู่แข่ง เชื่อมเกม และอำนวยความสะดวกในการจบสกอร์ของคู่หูอย่าง เจมี่ วาร์ดี้

 

แต่กระนั้นเอง เจ้าตัวก็ยังทำไปถึง 5 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จาก 2,069 นาทีในสนาม พร้อมแจ้งเกิดร่วมกับนักเตะเลสเตอร์คนอื่นๆ

 

ทาคุมิ มินามิโนะ

 

คว้าแชมป์กับ ลิเวอร์พูล 1 สมัย (2019-20)

 

ดาวเตะตัวสำคัญของ เรดบลู ซัลบวร์ก ชุดประวัติศาสตร์ ที่พาทีมมาลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ถึงถิ่นแอนฟิลด์ ทำให้ฟอร์มอันจัดจ้านไปเข้าตา เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหงส์แดงทีมเจ้าถิ่น ก่อนจะมีการติดต่อกันจริงจังจนทำพามาถึงการหอบเงิน 8.5 ล้านยูโรไปแลกตัวเจ้าหนุ่มจอมคาดผมคนนี้มา

 

ซึ่งการมาในช่วง “กลางคัน” แบบนี้ทำให้เจ้าตัวต้องปรับตัวยากขึ้น ในเมื่อทีมเดิมเขาเล่นกันดีอยู่แล้ว เราก็ทำได้เพียงนั่งรอโอกาส แต่ คล็อปป์ ก็พยายามให้โอกาส มินามิโนะ ลงไปสัมผัสเกมอยู่เป็นพักๆ

 

ทว่าถึงจะไม่ได้มีส่วนร่วมสำคัญกับทีมมากมาย แต่การลงสนามของเขาในตอนนี้มันก็ครบ 5 นัดไปแล้ว ซึ่งจะทำให้เขาคว้าเหรียญแชมป์กับทีมแน่นอน และเชื่อว่าจากการดูแลของกุนซือจอมใส่หมวกนั้น ปีหน้าจะเป็นปีที่ดีของเด็กหนุ่มจากเมืองโอซาก้าแน่นอน !!!


เครดิตภาพ
foxesofleicester
Planet football
stretty news
bleacherreport


PALM WAZZA : ธนชล เอ่งฉ้วน

ผู้เขียน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น