วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

5 ดีลยอดแย่พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้


พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ก็ใกล้จะจบเต็มที่เหลือเพียง 1-2 นัดพรีเมียร์ลีกก็กำลังจะจบลงในฤดูกาลนี้ก็ได้ขับเคี่ยวแย่งแชมป์แย่งพื้นที่บอลยุโรปกันอย่างสนุกตลาดนักเตะในฤดูกาลนี้การซื้อนักเตะที่แย่ของฤดูกาลนี้จะมีใครบ้าง

สโมสรต่างๆในพรีเมียร์ลีกก็มีการผิดพลาดในการซื้อตัวนักเตะหลังจากมีโรคระบาดโควิด-19 ที่ทำให้กีฬาทุกอย่างต้องหยุดแข่งรวมถึงกีฬาฟุตบอลโดยหยุดแข่งไปถึง 3 เดือนทำให้ฤดูกาลยืดเยื้อบางสโมสรต้องต่อสัญญากับนักเตะในระยะสั้นกับนักเตะที่ได้หมดสัญญาไปแล้ววันนี้จะพาไปดู 5 การซื้อตัวนักเตะยอดแย่ในฤดูกาลนี้ของพรีเมียร์ลีก

1. ดาวิด ลุยซ์

อาร์เซน่อลได้คว้าตัว ดาวิด ลุยซ์ มาจากคู่แข่งร่วมเมืองอย่างเชลซีด้วยราคา 8 ล้านปอนด์ ดาวิด ลุยซ์ ในฤดูกาลนี้ถือว่าฟอร์มน่าผิดหวังเป็นอย่างมากมาตรฐานของเขาตอนนี้เล่นให้เชลซีดีกว่านี้มากฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ย่ำแย่ของเจ้าตัวเล่นหลุดฟอร์มไปหลายนัดจนทำให้ทีมเสียประตูและหลุดไปเป็นตัวสำรองอยู่บ่อยครั้งแต่อย่างไรก็ตามอาร์เซน่อลก็ได้พึ่งต้องสัญญา ดาวิด ลุยซ์ ออกไปอีก 1 ปี

2. ชูเอา กานเซโล่

กานเซโล่แบ๊คชาวโปรตุเกสได้ย้ายตัวมากจากยอดทีมจากอิตาลียูเวนตุสมาร่วมทัพเรือใบสีฟ้าด้วยค่าตัวถึง 55 ล้านปอนด์ จากการย้ายมาพรีเมียร์ลีกทำให้เขาปรับตัวไม่ได้ทำให้เบียดแย่งตัวจริงจาก ไคล์ วอล์คเกอร์ เป็นเรื่องที่ยากส่วนมากจะได้ลงมาเป็นตัวสำรองแต่ก็โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนักด้วยค่าตัวที่สูงเลยทำให้เป็นการซื้อขายที่แย่ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้

3. แฮร์รี่ แมคไกวร์

แฮร์รี่ แมคไกวร์ได้ย้ายมาส่วมเสื้อปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวกองหลังสถิติโลก 80 ล้านปอนด์ด้วยค่าตัวที่สูงมหาศาลความคาดหวังของแฟนบอลก็มีสูงที่อยากจะเห็นเจ้าตัวเล่นดีแต่ฟอร์มเจ้าตัวก็น่าผิดหวังโชว์ฟอร์มได้ไม่สม่ำเสมอ มีเล่นผิดพลาดให้เห็นอยู่บ่อยครั้งจนทำให้ทีมเสียประตูแต่เจ้าตัวก็ยังไปเป็นตัวหลักของทีมได้ลงแทบจะทุกนัดที่ทีมลงแข่งขัน

4. นิโคลัส เปเป้

อาร์เซน่อลได้คว้าตัว นิโคลัส เปเป้ มาจากลีกเอิงฝรั่งเศสจากทีมลีลล์ด้วยค่าตัวสถิติของสโมสร 72 ล้านปอนด์ด้วยค่าตัวที่สูงมหาศาลอาร์เซน่อลได้คว้าเปเป้เพื่อที่จะมาเสริมเกมรุกริมเส้นแต่ด้วยฟอร์มที่ไม่สม่ำเสมอของเจ้าตัวทำให้หลุดไปเป็นตัวสำรองอยู่บ้างแต่ด้วยค่าตัวสูงถึง 72 ล้านปอนด์เลยทำให้ดีลนี้ถือว่าเป็นดีลที่แย่อีกดีลหนึ่งเลย

5. ทาคูมิ มินามิโนะ

มินามิโนะย้ายมาส่วมเสื้อหงษ์แดงด้วยค่าตัว 7.25 ล้านปอนด์จากทีม เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ยังเป็นคนญี่ปุ่นคนแรกของสโมสรลิเวอร์พูลจากที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มมาดีจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก เลยหวังให้มาเป็นตัวยิงของทีมแต่เจ้าตัวกลับเบียดแย่งตัวจริงจาก เฟอร์มิโน่ ไม่ได้และไม่ค่อยได้ลงเป็นตัวจริงให้กับทีมพอเจ้าตัวได้โอกาสลงแต่ก็สร้างสีสันเกมรุกให้กับทีมไม่ได้เลยทำให้เป็นดีลซื้อขายที่น่าผิดหวังอีกดีลหนึ่งก็ว่าได้

เครดิต
pptv36
Mthai sport
thaipost


อัตชัย : ปัณณ์กฤษฎ์ พงศโอสธี
ผู้เขียน



วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

พี่ใหญ่ที่อื่น...น้องใหม่ที่นี่ : เช็คชื่อสตาร์ตัวใหม่ที่ย้ายสู่ลีกเอเชียปีนี้


มาตรฐานของฟุตบอลเอเชียที่กำลังพัฒนาเพิ่มมากขึ้นในทุกปี รวมถึงการใช้กฎ “โควตาต่างชาติ” ที่แพร่หลายในเกือบทุกลีกของเอเชีย นั่นก็ยิ่งทำให้นักเตะต่างชาติที่แต่ละทีมจะนำเข้ามาใช้ต้องถูกคัดเลือกอย่างดี เพื่อหวังจะมาเป็นกำลังหลักของทีม

 

ซึ่งที่ผ่านมาก็มีนักเตะชื่อดังมากหน้าหลายตาผ่านเข้ามาสร้างชื่อเสียงไว้หลายราย บ้างก็พกดีกรีเข้ามาฮือฮาและจากไป บ้างก็เข้ามาโชว์ผลงานและอัพโปรโฟล์ ตลอดจนถึงเป็นตำนานในลีกเอเชียเลยก็มี

 

แม้ในปีนี้วิกฤต COVID-19 จะเข้ามาทำให้สถานการณ์การเงินของทุกทีมมีผลกระทบ รวมถึงตารางการแข่งขันก็ต้องปรับกันใหม่ทั้งหมด กระนั้นเองก็ยังพอมีนักเตะชื่อดังย้ายมาเล่นในเอเชียอยู่บ้าง ซึ่งปีนี้จะมีใครน่าสนใจบ้าง ติดตามกันได้ในบทความนี้เลย

 

แซม ลาร์สสัน

ปีกชุดแชมป์ฟุตบอล ยูโร ยู-21 ในปี 2015 ของทีมชาติสวีเดน รุ่นเดียวกับ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ปราการหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนจะมาสร้างชื่อในลีกฮอลแลนด์กับ ฮีเรนวีน และ เฟเยนูร์ด โดยฝากผลงานไว้ 37 ประตู กับ 42 แอสซิสต์ใน เอดิวีซี่ลีก

ปีนี้เขาถูก “เอลบอส” ราฟา เบนิเตส ดึงตัวไปอยู่กับ ต้าเหลียน อี้ฟาง ในลีกจีน โดยเขาจะได้ผนึกกำลังกับ มาเร็ค ฮัมซิค , ยานนิค การ์ราสโก้ และ ซาโรมอน รอนดอน สร้างสุดยอดเกมรุก เพื่อหวังเซอร์ไพรส์เหล่าทีมยักษ์ใหญ่ของลีก

 

มาร์โก เชโปวิช

รัซเซียนพรีเมียร์ลีก , ซูเปอร์ลีก กรีซ , จูปิแลร์ลีก เบลเยียม และ ยูฟา แชมเปียนลีก คือชื่อชั้นของลีกที่ เชโปวิช กองหน้าเจ้าของความสูง 191 ซม. เคยผ่านมา ก่อนที่กำลังจะย้ายมาเล่นในไทยลีก ตามที่ ศบค. ประกาศรายชื่อชาวต่างชาติที่จะเข้าประเทศไทยล่าสุด

 

โดยจุดหมายของเขาก็คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแดนอีสานใต้นั่นเอง ด้วยสไตล์การเล่นในฉบับ “ศูนย์หน้าตัวเป้า” จากยุโรป ที่เด่นทั้งลูกกลางอากาศ การหาพื้นที่ และการจบสกอร์จากสองเท้า เชื่อว่าหากปรับตัวได้ เชโปวิช คงจะเป็นที่รักของแฟนบอลเซาะกราวแน่นอน

 

ธามัส คาดาร์

หากเอ่ยถึงตัวต่างชาติในลีกจีน หลายคนคงจะนึกถึงเกมรุกจอมถล่มประตูชื่อดังที่ทุกทีมจะเทโควตาไปใช้ในส่วนนั้นกันหมด แต่นั่นไม่ใช่ที่ ซานตง ลู่เหนิง ทีมดังจากตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เคยใช้ปราการหลังทีมชาติบราซิลอย่าง กิล ยืนคุมเกมรับ

 

ในปีนี้เองพวกเขาก็ได้ดึงตัว ธามัส คาดาร์ ปราการหลังทีมชาติฮังการี ที่เคยเล่นในอังกฤษกับนิวคาสเซิ่ล และล่าสุดพึ่งลงเล่นทะลุ 100 นัดไปกับทีมดังอย่าง ดินาโม เคียฟ และมีประสบการณ์ทีมชาถึง 57 นัด ถือว่าเป็นยอดนักเตะจากแถบยุโรปตะวันออกเลยทีเดียว

 

ซานติ กาซอร์ล่า

โคตรบอลมันสมองดีกรีทีมชาติสเปน ที่เพิ่งย้ายกลับจาก อาร์เซน่อล มาอยู่กับ บียาร์เรอัล เมื่อปีที่ผ่านมา และเขาก็สลัดอากาศบาดเจ็บกลับมาโชว์ฟอร์มเด็ดในในลาลีกาด้วยการทำ 11 ประตู และ 10 แอสซิสต์

 

ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายทีมมาเล่นกับ อัลซาดด์ ทีมดังในลีกการ์ตา สวนทางเพื่อนร่วมชาติสเปนอย่าง กาบี ที่พึ่งจะย้ายออกจากทีมไปพอดิบพอดี ที่นี่เขาจะได้เล่นร่วมกับ อัคราม อาฟิฟ และ นัม แทฮี สองดาวเตะเอเชีย ภายใต้การคุมทีมของ ชาบี เอร์นานเดซ ตำนานทีมชาติสเปนอีกด้วย

 

ดาเนี่ยล คาร์ริโก้

อีกหนึ่งเซ็นเตอร์แบ็คต่างชาติที่ย้ายเข้าสู่ ไชนีส ซูเปอร์ลีก โดย คาร์ริโก้ ถือเป็นกองหลังที่เล่นในสเปนมาอย่างยาวนานกับ เซบีญ่า และเป็นส่วนสำคัญในการค้วาแชมป์ ยูโรปา ลีก 3 สมัยติดต่อกัน

 

ก่อนที่กองหลังชาวโปรตุกีสจะตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ อู่ฮัน ฮอล ในปีนี้และมาผนึกกำลังกับ เลโอ บาปติสเตา อดีตเพื่อนร่วมลีก เพื่อหวังช่วยให้ต้นสังกัดปัจจุบันรอดตกชั้นให้ได้

 

อีแวร์ บาเนกา

                                        

จอมทัพของ เซบีญ่า หนึ่งในแข้งโกลเด้นเจนเนอเรชั่นของทีมชาติอาร์เจนติน่า ชุดคว้าแชมป์โลก ยู-20 และ แชมป์โอลิมปิก ในปี 2009 และ 2008 และคว้าแชมป์กับ เซบีญ่า มามากมายจนเขาเปรียบเสมือนสัญลักณ์ของทีมไปแล้ว

 

ในปีนี้เขาเลือกย้ายมาหาความท้าทายใหม่ๆ ในดินแดนเอเชียกับ อัล ชาบับ ในซาอุดิลีก ก้ต้องมารอดูกัน่าเขาจะสามารถยกระดับทีมได้หรือใหม่

 

เครดิตภาพ 

433

Qatar football live

fc buriram united

dalian


                                                      

PALM WAZZA : ธนชล เอ่งฉ้วน

ผู้เขียน



วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

10 ปีในสีเสื้อเรือใบสีฟ้า


ปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายของกัปตันทีมเรือใบสีฟ้า “ดาบิด ซิลบา” ยอดกองกลางแชมป์โลกชาวสเปน เขาได้ย้ายมาส่วมเสื้อเรือใบสีฟ้าในปี 2010 ด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์จาก บาเลนเซีย ยอดทีมจากลาลีก้าสเปน

ดาบิด ซิลบา มีข่าวว่าสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะต่อสัญญาเจ้าตัวไปอีก 2 ปีแต่เขาเลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับเรือใบสีฟ้าและหยุดการรับใช้เรือใบเสื้อฟ้าไว้แค่ 10 ปีกัปตันทีมคนปัจจุบันได้รับใช้ทีมมาอย่างยาวนานโดยลงเล่น 402 นัด และซัดประตูไปถึง 54 ประตู


จอมทัพชาวสเปนได้อยู่ในชุดประวัติศาสตร์ของทีมชุดที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในปี 2011-2012 โดยในปีนั้นซิลบาได้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทัพเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์ลีกจนนัดสุดท้าย จอมทัพชาวสเปนยังช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย แชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัย แชมป์ลีก คัพ 4 สมัย

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้เรือใบสีฟ้าจะหมดลุ้นแชมป์ลีกแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังพาเรือใบสีฟ้าเข้ารอบ ยูฟ่า  แชมป์เปียนลีก ในฤดูกาลนี้

โดยในฤดูกาลนี้เขาจะเหลือ 2 นัดในพรีเมียร์ลีกให้โชว์ฝีเท้าทิ้งทวนก่อนและยังมียูฟ่า แชมเปียนลีก ที่เข้ารอบมาและซิลบาจะเป็นตำนานหมายเลข 21 ของทีมเรือใบสีฟ้าก่อนที่ฤดูกาลหน้าอาจเห็นเขาไปโลดแล่นในลีกใหญ่ยุโรปลีกอื่นอีก

เครดิต
Gold step


อัตชัย : ปัณณ์กฤษฎ์ พงศโอสธี
ผู้เขียน


วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

รวมพลคนสมหวัง! แข้งเอเชียที่คว้าแชมป์ในลีกชั้นนำยุโรปปีนี้



ทอม โรจิค (เซลติก – แชมป์สกอตติชพรีเมียร์ชิป)

จอมทัพชาวออสเตรเลีย ที่ยึดตัวหลักของยอดทีมจากสก็อตแลนด์เป็นปีที่ 8 แล้ว ซึ่งปีนี้แม้จะมีอาการบาดเจ็บมารบกวนในช่วงแรก แต่เมื่อหายกลับมาก็ลงสนามไป 16 เกมพร้อมทำ 2 ประตู กับ 3 แอสซิสต์



ทาคุมิ มินามิโนะ (ลิเวอร์พูล - แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ)

ดาวเด่นจาก ซัลบวร์ก ย้ายมาทำสถิติคว้าแชมป์ 2 ลีกในฤดูกาลเดียวกันได้สำเร็จ โดยถึงแม้ที่ แอนฟิลด์ เขาจะยังไม่ได้เป็นตัวหลัก แต่การลงสนามเกิน 5 นัด มันก็ทำให้เข้าได้รับเหรียญแชมป์แน่นอนแล้ว




ฮวาง ฮี ชาน (เรดบูล ซัลบวร์ก - ออสเตรีย บุนเดสลีกา)

ตัวรุกชาวเกาหลีใต้ ที่เพิ่งเปิดตัวกับ ไลป์ซิก ไปได้ไม่นาน โดยตัวเขาฝากฝังผลงานอันยอดเยี่ยมไว้ที่ซัลบวร์ก ด้วย 11 ประตู กับอีก 13 เเอสซิสต์ ก่อนจะจากเยี่ยงตำนาน



ซาร์ดาร์ อัซมูน (เซนิต - แชมป์รัสเซี่ยนพรีเมียร์ลีก)

ดาวยิงตัวเก่งของอิหร่านก็เป็นอีกคนที่เราพูดถึงเขาไปบ่อยครั้งแล้ว ในความสามารถของเขา ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็เข้ามาอยู่ในลิสต์ของคนสมหวังที่คว้าแชมป์เช่นกัน และเขาก็เป็นถึงรองดาวซัลโวของ เซนิต เลยทีเดียว แถมปัจจุบันยังได้รับความสนใจจาก เอซี มิลาน อีกด้วย



โชยะ นากาจิมะ (ปอร์โต้ – แชมป์ลีกาโปรตุเกส)

ปีกซ้ายทีมชาติญี่ปุ่น เจ้าของสถิตินักเตะเอเชียที่มีค่าตัวสูงสุด ที่โชว์ฟอร์มดีในปีก่อนจนถูกยักษ์ใหญ่ของแดนฝอยทองดึงตัวมา



มาซายะ โอคุงาวะ (เรดบูล ซัลบวร์ก - ออสเตรีย บุนเดสลีกา) โอคุงาวะ เริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองเพื่อนร่วมชาติอย่าง มินามิโนะ จนเมื่อถึงเวลาที่ มินามิโนะ ย้ายออกไป เขาก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหลักของทีม โดยทำไป 9 ประตู 4 เเอสซิสต์ จาก 23 นัด ในฐานะมิดฟิลด์ตัวรุก



PALM WAZZA : ธนชล เอ่งฉ้วน

ผู้เขียน


วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ปีสุดท้ายของชายที่ชื่อ "รอสซี่"



ก่อนที่ศึกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ(MotoGP)จะกลับมาแข่งในสุดสัปดาห์นี้หลังจากต้องเลื่อนการเปิดสนามเพราะโรคระบาดโควิด-19 การแข่งขันโมโต จีพีกลับมาสับเกียร์หนึ่งอีกครั้งที่สนาม เฆเรซ และที่น่าจับตามองคือการแข่งปีสุดท้ายของ วาเลนติโน่ รอสซี่  ให้กับทีม Yamaha Factory Team

วาเลนติโน่ รอสซี่ ยอดนักบิดเจ้าของแชมป์โลก 9 สมัยชาวอิตาเลี่ยนเป็นที่รู้จักกันดีในฉายา “เดอะด็อคเตอร์(The Doctor)” หมายเลข 46 ที่ใช้ในการแข่งขัน รอสซี่ได้เริ่มแข่งขันตั้งแต่อายุ 17 ปีโดยได้เริ่มแข่งในรุ่น WGP125 (World Grand Prix)การแข่งขันในปีแรกลงแข่งขัน 15 สนามขึ้นโพเดียม 2 ครั้งคะแนนรวมอันดับ 9 ในปีต่อมาปี 1997 วาเลนติโน่ รอสซี่ก็ได้โชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่โดยการคว้าแชมป์โลกในรุ่น WGP 125 จากการแข่งขัน 15 สนามเก็บชัยชนะไปได้ถึง 11 สนาม

ปี1998 ขยับขึ้นไปแข่งในรุ่นWGP250 ก็แสดงความสามารถด้วยการคว้าอันดับที่ 2 ในปี 1999 ก็ได้แสดงความอัจฉริยะด้วยการคว้าแชมป์โลกในรุ่น WGP250 มาครองได้ หลังจากประสบความสำเร็จในรุ่นเล็กรอสซี่ก็ได้ขยับขึ้นมาขี่ในรุ่นพรีเมียร์คลาสและสามารถคว้าแชมป์ได้ในรุ่น WGP 500 ได้ในปี2001 และปี2002 ในพรีเมียร์คลาสได้เปลี่ยนจากรถ 2 จังหวะ500 CC. มาเป็น 4 จังหวะ990 CC. เดอะด็อคเตอร์ก็ได้คว้าแชมป์ได้อีกถึง 4 สมัยติดต่อกันในปี 2002-2005 

 โดยในปี 2004 วาเลนติโน่ รอสซี่ได้หาความท้าทายใหม่โดยการย้ายมาอยู่กับทีม Yamaha โดยการควบรถใหม่ในสนามแรกก็สามารถคว้าแชมป์ได้เลยด้วยความเก่งรอสซี่ได้พา Yamaha ขึ้นโพเดียมในปีนั้นถึง 11 สนามและชนะถึง 9 สนาม ในปี2005 รอสซี่ได้ร่วมพัฒนารถกับ Yamaha จนสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้อีกสมัยได้ขึ้นโพเดียม 16 ครั้งจาก 17 สนาม แม้ในปี 2006-2007 รอสซี่จะไม่ได้คว้าแชมป์แต่ก็ได้อันดับ 2 และ 3 ปี 2008-2009 เดอะด็อคเตอร์ได้กลับมาคว้าแชมป์ 2 ปีติดต่อกันอย่างยิ่งใหญ่และยังเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 9 ของเจ้าตัว

ในปี 2011-2012 รอสซี่ได้ออกจาก Yamaha เพื่อไปหาความถ้าทายใหม่กับDucati แต่เจ้าตัวไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่จะหวนกลับมาอยู่กับ Yamaha อีกครั้งแต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากแต่ในปี 2014 รอสซี่ได้คว้าอันดับ 2 ของโลกมาได้จนมาถึงปัจจุบันเดอะด็อคเตอร์ถึงเจ้าตัวจะไม่ได้คว้าแชมป์โลกมาครองอีกเลยแต่การโลดแล่นอยู่ในวงการมาถึง 20 ปีการเป็นที่รักของแฟนโมโตจีพีทั่วโลก การเป็นสีสันให้กับวงการ

ในปี 2020 จะเป็นการแข่งฤดูกาลสุดท้ายของ วาเลนติโน่ รอสซี่ กับทีมโรงงานที่กำลังจะหมดสัญญา ทีมยามาฮ่าที่พึ่งได้ประกาศไลน์อัพใหม่เรียบร้อยแล้วในปี2021 ในฤดูกาลหน้ามีข่าวว่ารอสซี่จะย้ายไปร่วมทีมแซทเทิลไลท์แต่ข่าวก็ยังไม่แน่นอนหรือไม่เจ้าตัวจะรีไทร์แต่ถ้ารอสซี่จะเลิกแข่ง ในปีนี้จะเป็นปีที่น่าจับตามองลีลาการวาดลวดลายในสนามแข่งขันของตำนานหมายเลข 46 เจ้าของแชมป์โลก 9 สมัย

เครดิต
Yamaha-motor
MotoGP

อัตชัย : ปัณณ์กฤษฎ์ พงศโอสธี
ผู้เขียน

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

มาไงครับเนี่ย! แข้งเอเชียโปรไฟล์หรูที่เคยมาค้าแข้งในไทยลีก


นักเตะต่างชาติในโควตาเอเชีย จัดเป็น 1 ตำแหน่งที่สร้างสีสันให้ฟุตบอลไทยลีกมาอย่างยาวนาน มาตรฐานโดยรวมอาจจะไม่ได้เด่นเท่าตัวต่างชาตินอกเอเชีย แต่ก็ถือเป็นโควต้าที่คอยเชื่อมตรงกลางระหว่างนักเตะไทยและแข้งนอกเอเชียนั่นเอง

 

ซึ่งที่ผ่านมาก็มีบิ๊กทีมอยู่หลายทีมที่โชว์ศักภาพการดึงแข้งเอเชียโปรไฟล์สูงให้มาโชว์ฝีเท้าในบ้านเรา บางรายเคยคว้าถ้วยแชมป์ฟุตบอลเอเชีย บางรายเคยเล่นในยุโรป และบางรายก็เคยเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเลยทีเดียว

 

ส่วนแข้งโปรไฟล์สูงเหล่านั้น จะมีคนไหน และผลงานในไทยลีกเป็นอย่างไรกันบ้าง ติดตามกันได้ในบทความนี้เลย

 

คิม ดอง จิน


กองหลังทีมชาติเกาหลีใต้ชื่อดัง ที่มีดีกรีผ่านฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึงสองสมัย ทั้งในปี 2006 และปี 2010 แถมยังเคยคว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ กับ เซนิต ปีเตอร์เบิร์ก ทีมดังในลีกรัสเซียด้วย

 

“ดอง จิน” ถูก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าตัวมาร่วมทัพในปี 2014 ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปีในเมืองไทย เขาลงเล่นทั้ง แบ็คซ้าย ตำแหน่งเดิม , เซนเตอร์แบ็ค และ กลางรับ

 

ซึ่งส่วนใหญ่ เขาจะได้รับความไว้วางใจในตำแหน่ง เซนเตอร์แบ็ค เสียมากกว่า เพราะถึงแม้จะเป็นเพียงตำแหน่งที่สองของตัวเขา แต่ด้วยฝีเท้าและการอ่านเกมก็ทำให้เขาเอาตัวรอดในไทยลีกได้อย่างไม่ยากเย็น

 

ไมค์ ฮาร์ฟนาร์


กองหน้าเชื้อสายเนเธอร์แลนด์เจ้าของความสูง 194 เซนติเมตร ที่มาเกิดในญี่ปุ่น โดยแข้งรายนี้เล่นในเจลีกไปถึง 77 นัด พร้อมทำไป 2 ประตู รวมถึงเคยไปเล่นในยุโรปกับ วิเทสส์ และ เดน ฮาก และติดธงรับใช้แผ่นดินเกิดอย่างญี่ปุ่นไป 18 นัด

 

และในปี 2019 เจ้าบุญทุ่มอย่าง ทรู แบงค็อก ก็คว้าตัว ไมค์ มาร่วมทัพเพื่อหวังล่าแชมป์ แต่กลายเป็นว่าเจ้าตัวได้ลงเล่นไปเพียง 7 นัดในไทยลีก และทำได้ 3 ประตู ซึ่งฟอร์มโดยรวมมันยังไม่ตอบโจทย์ของทีม

 

กับสไตล์การเล่นที่รอจบสกอร์ในกรอบ หรือเล่นลูกกลางอากาศ มันยังไม่มากพอเมื่อเทียบกับตัวรุกต่างชาติในไทยลีกรายอื่น ทำให้สุดท้าย ไมค์ ก็ทำได้เพียงโผล่มา “ฮือฮา” บนหน้าสื่อ และจากไปแบบเงียบๆ ในที่สุด

 

ไดกิ อิวามาสะ

 

แชมป์เจลีก 3 สมัย , แชมป์เอ็มเพอเรอร์คัพ 2 สมัย , แชมป์ลูวานคัพ 2 สมัย และ แชมป์เจแปนซูเปอร์คัพ 2 สมัย กับ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส รวมถึงแชมป์เอเชียนคัพกับทีมชาติญี่ปุ่นในปี 2011 ทั้งหมดนี้คือเกียรติประวัติของ ไดกิ อิวามาสะ ซึ่งถือเป็นการประสบความสำเร็จอย่างสูงในฟุตบอลเอเชีย

 

แน่นอน นั่นก็ทำให้ชื่อของ ไดกิ ถือเป็นปราการหลังระดับตำนานคนนึงเลยทีเดียว และในวัยขึ้นเลข 3 เจ้าตัวก็ย้ายมาหาความท้าทายใหม่กับ บีอีซี เทโร ในปี 2014 และประสบการณ์ของเขาก็ช่วยพา “มังกรไฟ” คว้าแชมป์ลีกคัพไปครองได้สำเร็จ

 

โก ซุล กิ


หลังจากโลดแล่นกับหลายสโมสรใน เคลีก เกาหลีใต้ บ้านเกิด รวมถึงข้ามฝากไปเล่นยัง การ์ตา มาระยะนึง มิดฟิลด์หน้านิ่งรายนี้ก็พกดีกรี “แชมป์เอเชีย” กับสโมสรอุลซาน และย้ายมาค้าแข้งในไทยลีกกับบุรีรัมย์

 

ตลอดระยะเวลา 4 ในถิ่นปราสาทสายฟ้า เขามีผลงานที่ยอดเยี่ยมด้วยสไตล์กาารแบบ บ็อกทูบ็อก เกมรับเชื่อใจได้ รวมถึงเกมรุกที่สอดไปทำประตูบ่อยครั้ง บวกกับความเยือกเย็นในการเล่น ทำให้ โก ถูกยกให้เป็นมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดเท่าที่ไทยลีกเคยมีมา และยังเป็นโควตาเอเชียที่ดีที่สุด เช่นกัน


เขากวาดทุกแชมป์กับ บุรีรัมย์ ตลอดจนย้ายมาอยู่กับ การท่าเรือ ก็พาทีมจากคลองเตยคว้าแชมป์เอฟเอคัพไปอีกครองได้อีก จะว่าไปผลงานในเมืองไทยของเจ้าตัวอาจจะเด่นกว่าโปรไฟล์ก่อนหน้าด้วยซ้ำไป

 

ฮาจิเมะ โฮโซไก


มิดฟิลด์ตัวรับสายคลาสสิค ผู้มากประสบการณ์เริ่มสร้างชื่อกับ อูราวะ เรด ไดมอนด์ส ด้วยถ้วยแชมป์ เจลีก และ เอเอฟซี แชมเปียนลีก ก่อนไปโลดแล่นบนเวทีบุนเดสลีกา เยอรมัน กว่า 100 นัด กับสโมสรชื่อดังทั้ง เลเวอร์คูเซ่น, เอาก์สบวร์ก, แฮร์ธ่า เบอร์ลิน และ สตุ๊ตการ์ต รวมถึงคว้าแชมป์เอเชี่ยนคัพในชุดเดียวกับ อิวามาสะ

 

โดยเขาถูก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สู่ขอมาร่วมทัพในปี 2019 ซึ่งในปีนั้นทีมไม่มีแชมป์ใดติดมือ ทำให้ต้นปี 2020 ถูกยืมตัวมาอยู่กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พร้อมออกสตาร์ทสุดหรูด้วยผลงานชนะ 4 นัดรวดนำจ่าฝูงของตารางอยู่ในขณะนี้

 

ก็ต้องมารอดูกันว่าด้วยโปรไฟล์ระดับนี้ ฮาจิเมะ จะสามารถคว้าแชมป์ไทยลีกกับพลพรรคแข้งเทพได้หรือไม่

 

อีโฮ


มิดฟิลด์เชิงสูงที่สร้างชื่อด้วยการค้วาแชมป์ เคลีก กับ อุลซาน ก่อนจะได้เป็นตัวหลักของเกาหลีใต้ในฟุตบอลโลกเมื่อปี 2006 และย้ายตามรุ่นพี่อย่าง คิม ดองจิน ไปเล่นในยุโรปกับ เซนิต ปีเตอร์เบิร์ก จนมีแชมป์ลีกและยูฟ่า คัพ ติดมือ หลังจากนั้นเจ้าตัวก็แยกย้ายกลับมาเล่นในเอเชียกับหลายสโมสร

 

ในที่สุด อีโฮ ก็ได้หวนกลับมาเล่นให้ อุลซาน และเขาก็เป็นตัวหลักพาทีมคว้าถ้วย เอเอฟซี แชมเปียนลีก มาครอง ก่อนจะย้ายไปเล่นกับอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่อย่าง ชนบุค ฮุนได และ อีโฮ ก็ได้ถ้วยนี้อีกครั้ง แต่ในฐานะตัวสำรอง เนื่องด้วยสภาพร่างกายที่เริ่มโรยรา

 

และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เขาเลือกมาค้าแข้งในเมืองไทย ด้วยคำแนะนำของรุ่นพี่อย่าง คิม ดองจิน จุดหมายของเขาก็กลายเป็น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่นี่เขาเข้ามายกระดับการคุมจังหวะแดนกลางของทีม และพาทีมสร้างประวัตฺศาสตร์เข้ารอบ 16 ทีม ฟุตบอลเอเอฟซี แชทเปียนลีก อีกด้วย


เครดิตภาพ
True bangkok united
Muangthong United fc.
getty images


PALM WAZZA : ธนชล เอ่งฉ้วน

ผู้เขียน


วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

นักมวยที่ไม่มีวันถังแตกFloyd Mayweather Jr.


ปัจจุบันอาชีพนักกีฬาเป็นอาชีพที่ใครหลายคนใฝ่ฝันนอกจากที่จะเป็นคนมีชื่อเสียงแล้วรายได้ของอาชีพนักกีฬาถือว่ามหาศาล ถ้าให้พูดถึงนักกีฬามวยสากลที่เก่งและรวยมากๆคงไม่มีใครไม่รู้จัก ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์(Floyd Mayweather Jr.) ยอดนักมวยสากลเป็นเจ้าของแชมป์โลก 5 รุ่นและมีสถิตผู้ที่ไม่เคยแพ้หรือเสมอใครแต่ละครั้งที่เขาขึ้นชกเขาจะได้รับเงินอย่างมหาศาล

ในยุคนี้นักมวยที่มีรายรับมากที่สุดคงหนี้ไม่พ้น “เดอะมันนี่” ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ยอดนักชกไร้พ่ายมีสถิตการขึ้นชก 50 ไฟต์ชนะ 50 ไม่เสมอและไม่แพ้ใคร ผู้ที่มีทรัพย์สินถึง 18,000 ล้านบาทหรืออาจมีถึง 30,000 ล้านบาท เดอะมันนี่ มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขึ้นชกแต่ละไฟต์สามารถทำเงินได้มหาศาลนั่นเอง

ตั้งแต่ในปี 2005 ฟลอยด์กลายเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงมากขึ้นในแต่ละปีเขาจะขึ้นชก 2 ไฟต์และสามารถทำเงินต่อไฟต์ได้ประมาณ 600-1,500 ล้านบาท แต่ถ้าเป็นไฟต์ใหญ่ฟลอยด์จะได้รับเงินเพิ่มไปอีกหลายเท่า ในปี 2013 ฟลอยด์ได้ขึ้นยกกับ คาเนโล่ ในไฟต์นั้นเป็นไฟต์ที่ทุกคนทั่วโลกให้ความสนใจจบ 12 ชก ฟลอยด์ได้รับชัยชนะและกวาดเงินเข้ากระเป๋าไปถึง 2,250 ล้านบาทเลยทีเดียว


ในปี 2015 มวยแห่งยุคคู่หยุดโลกก็มาถึงระหว่างฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ กับ แมนนี ปาเกียว ไฟต์นี้เป็นไฟต์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับวงการมวยสากลการชกไฟต์นี้มีมูลค่าการชกกว่า 120,000 ล้านเพราะนักชกแห่งยุคทั้ง 2 คนโคจรมาเจอกันโดยยกที่ 12 จบลงคะแนนที่ออกมาคือ 118-110 หนึ่งเสียง 116-112 สองเสียง ฟลอยด์เอาชนะปาเกียวไปด้วยคะแนนและฟลอยด์ทำเงินในไฟต์ได้ถึง 7,500 ล้านบาท



ในปี 2017 เป็นไฟต์สำคัญเป็นไฟต์ที่มีเงินหมุนเวียนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการมวย เมื่อสุดยอดจาก 2 สังเวียนได้มาเจอกันระหว่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ กับ คอเนอร์แมคเกรเกอร์ นักสู้MMA เปิดศึกกันก่อนขึ้นชกสร้างเรื่องราวและมูลค่าให้กับไฟต์นี้แล้วไฟต์นี้ ฟลอยด์ก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้อีกและกวาดเงินสูงถึง 9,000 ล้านบาท

ด้วยความร่ำรวยจากรายได้และการใช้เงินอย่างมากเช่น ซื้อเครื่องบินส่วนตัว คอลเลกชั่นรถ นาฬิกาและอีกมากมายของ เดอะมันนี่ ทำให้ทุกคนคิดว่าในอนาคตเขาจะถังแตกเหมือนกับ ไมค์ ไทสัน ที่ครั้งหนึ่งเคยมีทรัพย์สินถึง 12,000 ล้านบาทแต่สุดท้ายก็กลายเป็นบุคคลล้มละลายจากการบริหารเงินไม่ดี แต่กับฟลอยด์ไม่มีทางที่จะถังแตกเพราะ เขาเลือกลงทุนธุรกิจต่างๆจากเงินที่ได้มา เช่น ธุรกิจโรงยิมครบวงจร Mayweather Boxing+Fitness ที่ได้รับความเป็นที่ทันสมัยที่สุดและกำลังจะขยาย นอกจากนั้นยังมี The Money Team แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาที่เป็นที่นิยม เขาสามารถทำเงินได้จากสิ่งที่อยู่รอบๆตัวได้อยู่เรื่อยๆ จึงไม่มีทางที่ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์จะถังแตกได้เลย

เครดิต
Siamsport
the standard

อัตชัย : ปัณณ์กฤษฎ์ พงศโอสธี
ผู้เขียน